2008/Dec/20
2007/Nov/27
ขยะ
ฟังดูแล้วอาจดูไร้ค่า แค่คุณ รู้มั๊ย ว่า สิ่งที่ดูไร้ค่านี้ จริงๆแล้ว มันมีค่ามากกว่าจะทิ้ง
เราอาจจะเคยได้ยินการรณรงค์ให้คัดแยกขยะ เป็นขยะ เปียก ขยะ แห้ง
เมื่อประมาณสิบห้าปีที่แล้ว ผมเองได้เริ่มเห็นคุณลุงคนหนึ่ง นั่งเฝ้ากองขยะ ที่อยู่ข้างกระทรวงศึกษา (ข้างคลองพดุงกรุงเกษม) วันๆลุงนั่งแยกขยะจากกระทรวง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอกสาร ประเภทกระดาษ เห็นลุงทำแบบนี้ทุกวันจนลุงมีมือถือใช้(สมัยนั้นเครื่องนึงก็หลายหมื่นนะครับ) จากซาเล้ง กลายเป็นรถกระบะ นั่นก็เป็นข้อพิศูจน์ว่า ขยะ ไม่ใช่ สิ่งไร้ค่าอีกต่อไป
ส่วนตัวผมเอง เริ่มแยกขยะที่บ้านของตัวเอง แรกๆก็เก็บแค่หนังสือพิมพ์/นิตยสาร แต่หลังๆ เริ่มแยกเป็นหมวดหมู่ได้มากขึ้น ซึ่งความรู้ในการแยกขยะ ก็ได้มาจากซาเล้งที่เก็บขยะขาย ซึ่งเมื่อก่อนผมรู้สึกว่าเป็นอาชีพที่ต่ำต้อยไร้ค่า แต่หลังจากที่ได้พูดคุยกับพวกเขาแล้วจึงได้รู้ว่า เป็นอาชีพที่มีความสำคัญมากๆอีก1อาชีพ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ขยะไร้ค่าคงมีอยู่บนโลกมากกว่านี้ และการทำลายขยะแต่ละครั้ง ก็สร้างมลพิษและเพิ่มปัญหาโลกร้อน
เอาเป็นว่า วันนี้ ผมจะมาแนะนำวิธีช่วยแก้ปัญหาขยะ แถมยังได้เงินจากขยะอีก
แต่ทำอย่างไร ถึงจะขายขยะพวกนี้ได้ล่ะ?
ก็ต้องแยกมันออกเป็นชนิดๆ ก่อน
ผมจะแบ่งหมวดหมู่ ง่ายๆเป็นกลุ่มหลักๆ
-กระดาษ
-โลหะ
-พลาสติก
-แก้ว/กระจก
-ขยะสด(ขยะเปียก)
-อื่นๆ
เรามาแยกกันเลยดีกว่า
++++หมวดแรก กระดาษ แบ่งเป็น2ชนิด++++
-กระดาษขาว เช่นกระดาษ A4 กระดาษคอมพิวเตอร์ กระดาษสมุด จะได้ราคา4-5บาท/1กิโล
-กระดาษหนังสือพิมพ์และอื่นๆ เช่น ลัง นิตยสาร หนังสือ กล่อง ฯลฯ จะได้ราคาประมาณ3บาทต่อ1กิโล
++++พลาสติก แบ่งออกเป็น5ชนิด++++
-ขวดพลาสติดใส เช่น ขวดชาเขียว ขวดน้ำดื่ม ขวดน้ำอัดลม(ยกเว้นขวดสไปรท์)ตก9-11บาท/1กิโล
-ขวดขุ่น เช่นขวดรังนก ขวดน้ำส้ม ขวดน้ำดื่ม ขวดชา/โอเลี้ยง ประมาณ14-16บาทต่อ1กิโล
-พลาติกอะคริลิก เช่น CD DVD กรอบพระ กล่อง/ตลับ เทปเพลง ป้าย กรอบจิ๊กซอว์ 7-10บาท/1กิโลกรัม
-ขวดขาวทึบ เช่น ถ้วยโยเกิร์ต ขวดนม จานพลาสติก ถ้วยบะหมี่ ตก7-9บาท/1กิโลกรัม
-เศษพลาสติกอื่นๆ เช่นแก้วพลาสติก ถังน้ำ ขัน กะละมัง ถุงพลาสติกของเล่นแตกๆหักๆ ราคา4-6บาทต่อ1กิโล
++++แก้ว/กระจก แบ่งคร่าวๆเป็น2ชนิด++++
-ขวดแก้วทั่วไป เช่น ขวดวันเวย์ ขวดซุ๊ปไก่สกัด ขวดน้ำปลา ขวดเครื่องดื่มชูกำลัง ขวดเครื่องดื่มเกลือแร่ ขวดน้ำหวาน แก้วแตก ขวดเหล้า(แบน) กระจกแตก โลละประมาณ50สตางค์ ยกเว้นแก้วสี โลละ25สตางค์
-ขวดเบียร์ ขวดเหล้า(ยกเว้นชนิดขวดแบน) ขวดน้ำอัดลม ขวดน้ำปลา มีตั้งแต่ราคา25สตางค์-7บาทแล้วแต่ชนิด
++++โลหะ++++
-กระป๋องเหล็ก เช่น ฝาจีบ กระป๋องนม กระป๋องสี กระป๋องปลา สังกะสี กล่องขนม/คุ๊กกี๊ ราคา1-2บาท/กิโลกรัม
-เศษเหล็ก เช่น กระทะเหล็ก ชั้นวางของ/ตู้เหล็ก ชิ้นส่วนรถ/มอไซค์ ขาเตา ตลับลูกปืน ฝาท่อเหล็กดัด/ลูกกรง น๊อต ตะปู ท่อเหล็ก ราคา7-10บาทต่อกิโลกรัม
-สเตนเลส เช่น เครื่องครัวจากสเตนเลส โต๊ะ-ตู้ สเตนเลส ราวบันใดสเตนเลส ราคา25-50บาทต่อกิโลกรัม(ขึ้นอยู่กับเบอร์ของสเตนเลส)
-กระป๋องน้ำอัดลม/เบียร์ 50สตางค์ต่อ1กระป๋อง
-กระป๋องบรรจุอาหารอลูมิเนียม(ปลากระป๋องอลูมิเนียม)1บาทต่อ2-4ใบแล้วแต่ขนาด
-อลูมิเนียมชิ้นเช่น อลูมิเนียมฉาก ฮีทซิงค์ เสื้อสูบ/ลูกสูบ/ฝาสูบ รางอลูมิเนียม เครื่องครัวอลูมิเนียม หม้อน้ำ อินเตอร์คูลเล่อร์ ราคา 30-45บาทต่อกิโลกรัม
-ทองแดง เช่น หม้อน้ำ สายไฟ ไส้มอเตอร์ 160-185บาท/กิโลกรัม
-ทองเหลือง เช่น กระทะ/เครื่องครัวทองเหลือง เครื่องดนตรีทองเหลือง ปลอกกระสุนปืน หม้อน้ำรถ 75-90บาทต่อกิโลกรัม
++++ขยะเปียก++++
ขยะเปียก ส่วนมากก็เอาไปทำปุ๋ย ไม่ก็ต้องส่งทิ้งไปกับรถขยะยกเว้น น้ำมันที่เราเอามาทอดอาหาร ใช้ตะแกรงแยกเศษอาหารออกเก็บไว้ขายได้ ลิตรละ 8-10บาท (เอาไปทำไบโอดีเซล)
-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-
ราคาที่ผมบอกมาข้างต้น เป็นราคาที่ซาเล้งมารับถึงหน้าบ้านเลยนะครับ ถ้าไปขายเองที่โรงงาน จะได้มากกว่านี้ 20-60% ถ้าทำตามที่ผมทำ เราก็จะช่วยลดปัญหาโลกร้อน และลดปริมาณขยะ แถมเป็นการใช้ทรัพยากรณ์ที่คุ้มค่ามากที่สุด ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยล่วงหน้าด้วยนะครับ
ซาเล้งในรูปนี้แหละครับที่มารับซื้อขยะไปเพื่อนำไปส่งโรงงานรีไซเคิล เพื่อนำไปแปรรูปและนำกลับมาใช้ใหม่ ทำให้ลดปัญหาขยะ ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ และปัญหาโลกร้อนลงได้อีกเยอะเลยครับ
Ps. แต่ละท้องที่ราคาขยะอาจไม่เหมือนกันและราคาที่ผมบอกไว้คือราคาของวันที่อัพนะครับ เวลาเปลี่ยนไปราคาอาจจะเปลี่ยนไปเหมือนกันนะครับ
2006/Oct/04
เห้อ!! ไม่ได้อัพมานานแล้ว ดอง ดอง ดอง ดองจนเกลือขึ้นเป็นเกล็ด
อัพเรื่องที่จะอัพเมื่อปีที่แล้วละกัน...............
ไปทำรถมาแล้วจ้า........
เพื่อนๆบางคนคงเคยนั่งรถเรา หรือเห็นเราไปดริฟท์โชว์ ที่ซีค่อน(ตอนงานVBKแล้ว)แต่ตอนนี้ เครื่องตัวนั้น โยนทิ้งไปแล้ว เพราะวางเครื่องใหม่แล้ว..
ถึงจะทำมาเป็นปีแล้วก็ตาม เนื่องด้วย เสาร์สักเสาร์เมื่อประมาณปีที่แล้ว
เอามันไปซิ่งที่ถนนวงแหวน พอดีซัดมากไปหน่อย เกียร์กระจาย............
แบบว่าลาก3จนถึง8500รอบ/นาทีแล้วก็ยัด4แบบไม่รอรอบเครื่องตก
ปรากฎว่า ยัด4ปุ๊บ มันก็มีเสียง ครืด!! กุ๊กกั๊กๆๆๆ! แคร๊กๆๆๆๆ.......
ไอ้เราก็รู้ตัวเลยสาหัดแล้ว แล้วก็รอบเครื่อง ดีดไปยันเรดไลน์แต่รถไม่วิ่ง
พอดึงเกียร์ลงแล้วยัดเกียร์4ใหม่ ก็ยังไม่วิ่งแต่รอบขึ้น(เหมือนเหยียบคันเร่ง
ตอนเข้าเกียร์ว่าง) เลยต้องวิ่งทั้งๆเกียร์3 วันรุ่งขึ้น.....จอด(วันอาทิตย์ ไม่มี
อยู่ที่ใหนเปิด) พอวันจันทร์ก็กระเตงทั้งๆเกีย3ไปถึงอยู่ พอถึงอยู่ ก้เลยลอง
เปิดเกียร์ดู โอ้ แม่เจ้า เอ็งขับไงวะ.... คลัซ 3 แผ่น ไหม้หมด เกียร์
แตกเป็น3ชิ้นฟันเกียร์รูด... สาหัด........ เลยกลับไปนั่งคิด นอนคิด ......
ใหนๆก็ใหนๆแล้ว วางเครื่องใหม่มันซ๊ะเลย แล้วจะเอาอะไรลงดีหว่า....
4G63Tของอีโว1-2-3 ก็ของขาด 4G-RVRไม่ค่อยถูกใจ 4G-ไซโคลน
ก็เก่าไป6G72T แรงขนาดระดับRB26DET หรือ2JZ-GTEได้สบาย
แต่อะไหล่ หายาก แล้วต้องระเบิดห้องเครื่องแน่ๆ....แถมน้ำมันก็แพงอีก
สุดท้าย..ตกลงปลงใจ กับ6-A-12-T(M/T)ละกัน 2000CC ไม่เล็กไม่ใหญ่ไป
| Engine model | 6-A-12-T (twin turbo intercooler) |
| Max.power (Net), kw(PS)/rpm | 260 hp/ 6000 rpm |
| Max.torque(Net), N*m(kg*m)/rpm | 31.5 kg*m / 3500 rpm |
| Power density | 5.96 |
| Engine type | V type 6 cylinderDOHC24 valve IC twin turbo |
| Engine information | |
| Fuel system | ECI-MULTI (electrically controlled gasoline injection) |
| Turbocharger | Twin Turbo with intercooler |
| Fuel type | Unleaded premium gasoline |
| Compression ratio | 8.5 |
| Bore, mm | 78.4 |
| Stroke, mm | 69 |
แต่นี้ก็ขับเอามันส์ อย่างสบายๆแล้ว
เครื่องเพิ่งยกมาถึงอู่
เกียรืขับ4
ผ่าเกียร์ ให้เห็นชัดๆ
อันนี้แหละ ตัวแรง(เทอร์โบ)
ยกเครื่องแล้ว

ใส้ใน และลูกสูบทั้ง6ลูก

อันนี้ ท่อนบน หรือที่เรียกว่า ฝาสูบ

M-Vic ระบบแปรผันอากาศ

ถอด M-vic ออกมาแล้วก็แบบนี้

เทอร์โบตัวแรง ให้เห้นกันชัดๆ

แอร์โฟร์ คุ้นๆมะ คล้ายๆกะ EVOเลย
เริ่มวางเครื่องแล้ว........
กราวด์ไวร์ ระบบเฟร็ก (สินค้าของเราเอง)
รับติดตั้งอยู่นะ ราคากันเอง newซีวิคป้ายแดง
ยังมาติดกับเราเลยเลย ไม่แพงด้วย
วางเส็จร....ไม่บานปลาย
อิอิ.........ชุบโครเมี่ยม
อิอิ ตอนลงไปถ่ายรูปนี้ เสียวๆจะติดทรายเหมือนกัน
วันนี้จบแค่นี้ก่อน ไว้คราวหน้าจะมาเมาท์ เรื่องในสนามคลอง5ด้วยกัน
บ๊าย บาย!!
edit @ 2006/10/04 11:44:21