ขยะ
ฟังดูแล้วอาจดูไร้ค่า แค่คุณ รู้มั๊ย ว่า สิ่งที่ดูไร้ค่านี้ จริงๆแล้ว มันมีค่ามากกว่าจะทิ้ง
เราอาจจะเคยได้ยินการรณรงค์ให้คัดแยกขยะ เป็นขยะ เปียก ขยะ แห้ง
เมื่อประมาณสิบห้าปีที่แล้ว ผมเองได้เริ่มเห็นคุณลุงคนหนึ่ง นั่งเฝ้ากองขยะ ที่อยู่ข้างกระทรวงศึกษา (ข้างคลองพดุงกรุงเกษม) วันๆลุงนั่งแยกขยะจากกระทรวง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอกสาร ประเภทกระดาษ เห็นลุงทำแบบนี้ทุกวันจนลุงมีมือถือใช้(สมัยนั้นเครื่องนึงก็หลายหมื่นนะครับ) จากซาเล้ง กลายเป็นรถกระบะ นั่นก็เป็นข้อพิศูจน์ว่า ขยะ ไม่ใช่ สิ่งไร้ค่าอีกต่อไป
ส่วนตัวผมเอง เริ่มแยกขยะที่บ้านของตัวเอง แรกๆก็เก็บแค่หนังสือพิมพ์/นิตยสาร แต่หลังๆ เริ่มแยกเป็นหมวดหมู่ได้มากขึ้น ซึ่งความรู้ในการแยกขยะ ก็ได้มาจากซาเล้งที่เก็บขยะขาย ซึ่งเมื่อก่อนผมรู้สึกว่าเป็นอาชีพที่ต่ำต้อยไร้ค่า แต่หลังจากที่ได้พูดคุยกับพวกเขาแล้วจึงได้รู้ว่า เป็นอาชีพที่มีความสำคัญมากๆอีก1อาชีพ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ขยะไร้ค่าคงมีอยู่บนโลกมากกว่านี้ และการทำลายขยะแต่ละครั้ง ก็สร้างมลพิษและเพิ่มปัญหาโลกร้อน
เอาเป็นว่า วันนี้ ผมจะมาแนะนำวิธีช่วยแก้ปัญหาขยะ แถมยังได้เงินจากขยะอีก
แต่ทำอย่างไร ถึงจะขายขยะพวกนี้ได้ล่ะ?
ก็ต้องแยกมันออกเป็นชนิดๆ ก่อน
ผมจะแบ่งหมวดหมู่ ง่ายๆเป็นกลุ่มหลักๆ
-กระดาษ
-โลหะ
-พลาสติก
-แก้ว/กระจก
-ขยะสด(ขยะเปียก)
-อื่นๆ
เรามาแยกกันเลยดีกว่า
++++หมวดแรก กระดาษ แบ่งเป็น2ชนิด++++
-กระดาษขาว เช่นกระดาษ A4 กระดาษคอมพิวเตอร์ กระดาษสมุด จะได้ราคา4-5บาท/1กิโล
-กระดาษหนังสือพิมพ์และอื่นๆ เช่น ลัง นิตยสาร หนังสือ กล่อง ฯลฯ จะได้ราคาประมาณ3บาทต่อ1กิโล
++++พลาสติก แบ่งออกเป็น5ชนิด++++
-ขวดพลาสติดใส เช่น ขวดชาเขียว ขวดน้ำดื่ม ขวดน้ำอัดลม(ยกเว้นขวดสไปรท์)ตก9-11บาท/1กิโล
-ขวดขุ่น เช่นขวดรังนก ขวดน้ำส้ม ขวดน้ำดื่ม ขวดชา/โอเลี้ยง ประมาณ14-16บาทต่อ1กิโล
-พลาติกอะคริลิก เช่น CD DVD กรอบพระ กล่อง/ตลับ เทปเพลง ป้าย กรอบจิ๊กซอว์ 7-10บาท/1กิโลกรัม
-ขวดขาวทึบ เช่น ถ้วยโยเกิร์ต ขวดนม จานพลาสติก ถ้วยบะหมี่ ตก7-9บาท/1กิโลกรัม
-เศษพลาสติกอื่นๆ เช่นแก้วพลาสติก ถังน้ำ ขัน กะละมัง ถุงพลาสติกของเล่นแตกๆหักๆ ราคา4-6บาทต่อ1กิโล
++++แก้ว/กระจก แบ่งคร่าวๆเป็น2ชนิด++++
-ขวดแก้วทั่วไป เช่น ขวดวันเวย์ ขวดซุ๊ปไก่สกัด ขวดน้ำปลา ขวดเครื่องดื่มชูกำลัง ขวดเครื่องดื่มเกลือแร่ ขวดน้ำหวาน แก้วแตก ขวดเหล้า(แบน) กระจกแตก โลละประมาณ50สตางค์ ยกเว้นแก้วสี โลละ25สตางค์
-ขวดเบียร์ ขวดเหล้า(ยกเว้นชนิดขวดแบน) ขวดน้ำอัดลม ขวดน้ำปลา มีตั้งแต่ราคา25สตางค์-7บาทแล้วแต่ชนิด
++++โลหะ++++
-กระป๋องเหล็ก เช่น ฝาจีบ กระป๋องนม กระป๋องสี กระป๋องปลา สังกะสี กล่องขนม/คุ๊กกี๊ ราคา1-2บาท/กิโลกรัม
-เศษเหล็ก เช่น กระทะเหล็ก ชั้นวางของ/ตู้เหล็ก ชิ้นส่วนรถ/มอไซค์ ขาเตา ตลับลูกปืน ฝาท่อเหล็กดัด/ลูกกรง น๊อต ตะปู ท่อเหล็ก ราคา7-10บาทต่อกิโลกรัม
-สเตนเลส เช่น เครื่องครัวจากสเตนเลส โต๊ะ-ตู้ สเตนเลส ราวบันใดสเตนเลส ราคา25-50บาทต่อกิโลกรัม(ขึ้นอยู่กับเบอร์ของสเตนเลส)
-กระป๋องน้ำอัดลม/เบียร์ 50สตางค์ต่อ1กระป๋อง
-กระป๋องบรรจุอาหารอลูมิเนียม(ปลากระป๋องอลูมิเนียม)1บาทต่อ2-4ใบแล้วแต่ขนาด
-อลูมิเนียมชิ้นเช่น อลูมิเนียมฉาก ฮีทซิงค์ เสื้อสูบ/ลูกสูบ/ฝาสูบ รางอลูมิเนียม เครื่องครัวอลูมิเนียม หม้อน้ำ อินเตอร์คูลเล่อร์ ราคา 30-45บาทต่อกิโลกรัม
-ทองแดง เช่น หม้อน้ำ สายไฟ ไส้มอเตอร์ 160-185บาท/กิโลกรัม
-ทองเหลือง เช่น กระทะ/เครื่องครัวทองเหลือง เครื่องดนตรีทองเหลือง ปลอกกระสุนปืน หม้อน้ำรถ 75-90บาทต่อกิโลกรัม
++++ขยะเปียก++++
ขยะเปียก ส่วนมากก็เอาไปทำปุ๋ย ไม่ก็ต้องส่งทิ้งไปกับรถขยะยกเว้น น้ำมันที่เราเอามาทอดอาหาร ใช้ตะแกรงแยกเศษอาหารออกเก็บไว้ขายได้ ลิตรละ 8-10บาท (เอาไปทำไบโอดีเซล)
-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-
ราคาที่ผมบอกมาข้างต้น เป็นราคาที่ซาเล้งมารับถึงหน้าบ้านเลยนะครับ ถ้าไปขายเองที่โรงงาน จะได้มากกว่านี้ 20-60% ถ้าทำตามที่ผมทำ เราก็จะช่วยลดปัญหาโลกร้อน และลดปริมาณขยะ แถมเป็นการใช้ทรัพยากรณ์ที่คุ้มค่ามากที่สุด ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ขออภัยล่วงหน้าด้วยนะครับ
ซาเล้งในรูปนี้แหละครับที่มารับซื้อขยะไปเพื่อนำไปส่งโรงงานรีไซเคิล เพื่อนำไปแปรรูปและนำกลับมาใช้ใหม่ ทำให้ลดปัญหาขยะ ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ และปัญหาโลกร้อนลงได้อีกเยอะเลยครับ
Ps. แต่ละท้องที่ราคาขยะอาจไม่เหมือนกันและราคาที่ผมบอกไว้คือราคาของวันที่อัพนะครับ เวลาเปลี่ยนไปราคาอาจจะเปลี่ยนไปเหมือนกันนะครับ
ขอบคุณครับผมขอแอดน่ะครับ